Showing posts with label ลำพูน. Show all posts
Showing posts with label ลำพูน. Show all posts
ลำพูนเมืองอุตสาหกรรม แต่ยังคงความเป็นหริภุญไชยไว้อย่างดีเยี่ยม
จริงๆ แล้ว จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยจังหวัดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ลำปาง ซึ่งต่างก็เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง หลายๆท่านถามว่าเอ๊ะ แล้วลำพูนมีเอกลักษณ์ของตัวเองยังไงบ้างละ ผมจะบอกให้ครับ ลำพูนมีโซนที่เป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือครับ เฮ้ย เมืองเล็กๆ แล้วยังเป็นเขตอุตสาหกรรมอีก แล้วเสน่ห์จะอยู่ที่ไหนละ นั่นแหละครับประเด็น ถึงลำพูนจะเป็นจังหวัดที่ทำเป็นเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ในเมืองลำพูนยังมีสิ่งก่ิอสร้างที่บ่งบอกว่าบ้านนี้เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่สวยงามมา และยังรักษาไว้อย่างดีครับ บ้านเรือนต่างๆ ก็มีหลายพื้นที่ที่ยังคงรักษาบ้าน และตึกเก่าไว้ ถนนหนทางเล็กๆ ก็ยังคงเก็บไว้อย่างนั้น และอีกอย่างที่อยากจะอวดคือถึงเป็นจังหวัดที่เล็กๆ แต่ลำพูนก็เป็นจังหวัดที่สามารถให้ผลผลิตทางการเกษตร พวกลำใย หอม กระเทียม มากที่สุดจังหวัดหนึ่งในไทยก็ว่าได้ครับ ท่านที่มาเที่ยวภาคเหนือก็อย่าลือจังหวัดลำพูนนะครับ ขอฝากลำพูนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกๆท่านด้วยครับ......
ประวัติย่อ จังหวัดลำพูน
ลำพูน เป็นจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ เดิมมีชื่อว่า นครหริภุญชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 1200 โดยฤาษีวาสุเทพ ได้เกณฑ์ พวกเมงคบุตรเชื้อสายมอญมาสร้างระหว่างแม่น้ำ 2สายคือแม่น้ำปิง และแม่น้ำกวง เมื่อสร้างเสร็จได้เชิญพระธิดาพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงละโว้ พระนามว่า จามเทวี มาครองเมือง มีกษัตริย์ครองเมืองหลายราชวงศ์ จนมาถึงสมัยกรุงธนบุรี เจ้ากาวิละได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้ากรุงธนบุรี ทําการขับไล่พม่าจนสําเร็จได้ไปครองเมือง
เชียงใหม่ และให้เจ้าคําฝน น้องชายครองเมืองลําพูน ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ลําพูนมีฐานะเป็นเมืองขึ้น มีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงพลตรีเจ้าจักรคําขจรศักดิ์ เป็นเจ้าผู้ครองนคร และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จึงได้ยกเลิกตําแหน่งเจ้าผู้ครองนคร
เชียงใหม่ และให้เจ้าคําฝน น้องชายครองเมืองลําพูน ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ลําพูนมีฐานะเป็นเมืองขึ้น มีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงพลตรีเจ้าจักรคําขจรศักดิ์ เป็นเจ้าผู้ครองนคร และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จึงได้ยกเลิกตําแหน่งเจ้าผู้ครองนคร
อาณาจักรหริภุญชัย
อาณาจักรหริภุญชัย (ประมาณ พ.ศ. 1206-1835) ตำนานจามเทวีโบราณได้บันทึกไว้ว่า ฤๅษีวาสุเทพ เป็นผู้สร้างเมืองหริภุญชัยขึ้นในปี พ.ศ. 1204 แล้วต่อมาได้อัญเชิญพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ขอมจากเมืองละโว้ขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัย ในครั้งนั้นพระนางจามเทวี ได้นำพระสงฆ์ นักปราชญ์ และช่างศิลปะต่าง ๆ ขึ้นไปด้วยเป็นจำนวนมาก ราวหมื่นคน พระนางได้ทำนุบำรุงและก่อสร้างบ้านเมือง ทำให้ เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) นั้นเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ต่อมาพระนางได้สร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) ขึ้นอีกเมืองหนึ่งให้เป็นเมืองสำคัญ สมัยนั้นปรากฏมีการใช้ภาษามอญโบราณในศิลาจารึกของหริภุญชัย มีหนังสือหมานซูของจีนสมัยราชวงศ์ถัง กล่าวถึงนครหริภุญไชยไว้ว่า เป็น“อาณาจักรกษัตริย์หญิง นู หวาง โก่ว”
ต่อมา พ.ศ. 1824 พระเจ้าเม็งรายมหาราช กษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา ได้ยกกองทัพเข้ายึดเอาเมืองหริภุญชัยจากพระยายีบาได้ใน ต่อจากนั้นอาณาจักรหริภุญชัยจึงสิ้นสุดลงหลังจากรุ่งเรืองมา 618 ปี มีกษัตริย์ครองเมือง 49 พระองค์
ปัจจุบันโบราณสถานสำคัญของอาณาจักรหริภุญชัยนั้นก็คือ พระธาตุหริภุญไชย ที่จังหวัดลำพูน และยังมีเมืองโบราณเวียงมโน ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โบราณสถานที่เวียงเกาะ บ้านสองแคว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และเวียงท่ากาน ที่ตำบลบ้านกลาง ต.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บางหมู่บ้านของจังหวัดลำพูนนั้นพบว่า ยังมีคนพูดภาษามอญโบราณและอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญโบราณอยู่
อาณาจักรหริภุญไชย คืออาณาจักรที่แตกหน่อออกมาจากอาณาจักรทวาราวดี แห่งเมืองละโว้ และคงมีคนเชื้อชาติต่างๆอาศัย อยู่ เพราะคำว่า จาม ซึ่งเป็นชื่อของพระนางจามเทวีนั้น น่าจะมีความหมายว่า พระนางเป็นคนเชื้อชาติ จามที่อยู่ในละโว้ในสมัยทวาราวดี ส่วนคำว่าเทวี มีความหมายว่า พระนางที่เป็นหม้ายซึ่งพระสวามีถึง แก่กรรมไปแล้ว เนื่องจากพระสวามีของพระนางคือเจ้าราม หรือกษัตริย์แห่งเมืองราม ได้ถึงแก่กรรม ก่อนพระนางจะขึ้นมาลำพูน (ตามตำนานเมืองเหนือที่กล่าวถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย)ดังนั้นพระนาง จามเทวีจึงน่าจะเป็นคนเชื้อชาติจามที่อยู่ในดินแดนทวาราวดีทางตอนใต้ของลำพูน ซึ่งก็คือเมืองละโว้ มีบางตำนานกล่าวว่า พระนางเป็นธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้ เมื่อพระนางสร้างเมืองหริภุญไชย ศิลปะ ที่ปรากฎจึงมักเป็นศิลปะ ของทวาราวดี
พระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ (ทวาราวดี) ขึ้นมาครองเมืองลำพูนเป็นคนแรกเมื่อประมาณปีพศ.1311 - 1318 (768- 775) ตามคำเชิญของฤษีวาสุเทพและฤษีสุกันตะ ขณะที่เสด็จขึ้นมานั้น พระนางทรง พระครรภ์ได้ 3 เดือน และได้สร้างเมืองต่างๆ ตามรายทางไว้มากมาย เมื่อคลอดโอรสออกมาแล้ว ปรา กฎว่าเป็นโอรสแฝด องค์พี่ชื่อ เจ้ามหันตยศ องค์น้องชื่อ เจ้าอนันตยศ ซึ่งพระนางก็ได้มอบเมืองลำพูน ให้องค์พี่ และสร้างเมืองลำปางให้องค์น้อง
ลำพูนมีสงครามกับลพบุรี (ในสมัยอยู่ใต้อิทธิพลของเขมร)ในครั้งแรกประมาณปีพศ.1550-1560 (1007 - 1017) เป็นช่วงเวลา ที่เขมรเข้ามามีอิทธิพลเหนือลพบุรี จึงสันนิษฐานว่า กษัตริย์ลพบุรีที่ กล่าวถึงในตำนานนั้น น่าจะเป็นกษัตริย์หรือแม่ทัพเขมรมากกว่า การที่ชาวลำพูนต้องรบกับลพบุรีนั้น ก็คงจะเป็นการเข้าไปช่วยละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งเป็นคนเชื้อชาติเดียวกันรบกับเขมรนั่นเอง และเมื่อทัพจาก ลพบุรี (ซึ่งมีนายทัพเป็นเขมร) ยกขึ้นมาตีลำพูนก็ไม่เคยตีได้ อาจเป็นเพราะว่า ทหารเมืองลำพูนและ ทหารเมืองลพบุรีเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน แต่ผู้ที่คุมทัพลพบุรีคือเขมร ดังนั้นคงจะเกิดการบังคับให้พวก ลพบุรีขึ้นมารบกับลำพูนโดยไม่เต็มใจ เขมรจึงไม่เคยรบชนะหริภุญไชยได้เลยตลอดประวัติศาสตร์ ในตำ นานเมืองเหนือยังกล่าวไว้ด้วยว่า ในการยกทัพมาตีเมืองลำพูน 2 ครั้งหลัง ทหารเมืองลพบุรีเกิดหลงทาง หาทางเข้าเมืองลำพูนไม่ถูกทั้ง 2 ครั้ง ทัพลพบุรีจึงต้องยกกลับ อาจเป็นได้ว่า ทหารลพบุรีคงจะ แกล้งนำ ทางให้หลง ทำให้ไม่สามารถเข้าตีลำพูนได้
ปีพศ. 1590 (1047) เกิดอหิวาห์ระบาดขึ้นในเมืองลำพูน ทำให้ประชาชนต้องหนีเข้าไปในพม่า และอา ศัยอยู่ที่เมืองหงสาวดีถึง 6 ปี ซึ่งขณะนั้นหงสาวดียังเป็นเมืองของพวกมอญอยู่(มอญและทวาราวดีมีความ ใกล้ชิดกันทางเชื้อชาติ) ชาวลำพูนจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมืองหงสาวดี เพราะชาวเมือง ลำพูนและหงสาวดีต่างก็เป็นคนที่เกือบจะมีเชื้อชาติเดียวกัน และพูดภาษาเดียวกัน จนเมื่อสถานการณ์ โรคระบาดดีขึ้นแล้ว ชาวลำพูนจึงได้กลับมายังบ้านเมืองของตน เมื่อกลับมาแล้ว คงจะเกิดความคิดถึง ชาวเมืองหงสาวดีที่ได้เคยไปอาศัยพักพิง จึงพากันนำอาหารใส่ภาชนะแล้วลอยไปในแม่น้ำ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นสายน้ำที่ไหลไปถึง เมืองหงสาวดี และสันนิษฐานว่าการลอยภาชนะใส่อาหารลงในแม่น้ำนั้น คงเป็น ต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทงที่มีสืบทอดกัน มาจนถึงทุกวันนี้
ราวปีพศ.1700-1835(1157-1292) เป็นช่วงเวลาก่อนที่พระยาเม็งรายจะสถาปนาอาณาจักรล้านนา และเป็นยุคทองของ หริภุญไชย ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชได้สร้างพระธาตุหริภุญไชยขึ้นเป็นครั้งแรก สูง 6 ม. สามารถมองเห็นพระธาตุที่บรรจุอยู่ภายในได้ สมัยพระยาสวาธิสิทธิได้สร้างเสริมขึ้นไปจนสูง 12 เมตร พร้อมทั้งสร้างวัดมหาวันและบูรณะวัดมหาพล มีบันทึกว่า มีพระสงฆ์จากลังกาเดินทางมาหริ ภุญไชยในสมัยนี้ ปีพศ.1835 พระยาเม็งรายยกกองทัพเข้ามาโจมตีหริภุญไชยและยึดเมืองได้ในอีก 4 ปีต่อมา อาณาจักรหริภุญไชยที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ราวปีพศ. 1311 (768) ก็ต้องสูญเสียอำนาจให้กับ พระยาเม็งราย รวมเวลา เป็นอาณาจักร 528 ปี
ข้อความจาก :http://th.wikipedia.org
ต่อมา พ.ศ. 1824 พระเจ้าเม็งรายมหาราช กษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา ได้ยกกองทัพเข้ายึดเอาเมืองหริภุญชัยจากพระยายีบาได้ใน ต่อจากนั้นอาณาจักรหริภุญชัยจึงสิ้นสุดลงหลังจากรุ่งเรืองมา 618 ปี มีกษัตริย์ครองเมือง 49 พระองค์
ปัจจุบันโบราณสถานสำคัญของอาณาจักรหริภุญชัยนั้นก็คือ พระธาตุหริภุญไชย ที่จังหวัดลำพูน และยังมีเมืองโบราณเวียงมโน ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โบราณสถานที่เวียงเกาะ บ้านสองแคว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และเวียงท่ากาน ที่ตำบลบ้านกลาง ต.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บางหมู่บ้านของจังหวัดลำพูนนั้นพบว่า ยังมีคนพูดภาษามอญโบราณและอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญโบราณอยู่
อาณาจักรหริภุญไชย คืออาณาจักรที่แตกหน่อออกมาจากอาณาจักรทวาราวดี แห่งเมืองละโว้ และคงมีคนเชื้อชาติต่างๆอาศัย อยู่ เพราะคำว่า จาม ซึ่งเป็นชื่อของพระนางจามเทวีนั้น น่าจะมีความหมายว่า พระนางเป็นคนเชื้อชาติ จามที่อยู่ในละโว้ในสมัยทวาราวดี ส่วนคำว่าเทวี มีความหมายว่า พระนางที่เป็นหม้ายซึ่งพระสวามีถึง แก่กรรมไปแล้ว เนื่องจากพระสวามีของพระนางคือเจ้าราม หรือกษัตริย์แห่งเมืองราม ได้ถึงแก่กรรม ก่อนพระนางจะขึ้นมาลำพูน (ตามตำนานเมืองเหนือที่กล่าวถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย)ดังนั้นพระนาง จามเทวีจึงน่าจะเป็นคนเชื้อชาติจามที่อยู่ในดินแดนทวาราวดีทางตอนใต้ของลำพูน ซึ่งก็คือเมืองละโว้ มีบางตำนานกล่าวว่า พระนางเป็นธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้ เมื่อพระนางสร้างเมืองหริภุญไชย ศิลปะ ที่ปรากฎจึงมักเป็นศิลปะ ของทวาราวดี
พระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ (ทวาราวดี) ขึ้นมาครองเมืองลำพูนเป็นคนแรกเมื่อประมาณปีพศ.1311 - 1318 (768- 775) ตามคำเชิญของฤษีวาสุเทพและฤษีสุกันตะ ขณะที่เสด็จขึ้นมานั้น พระนางทรง พระครรภ์ได้ 3 เดือน และได้สร้างเมืองต่างๆ ตามรายทางไว้มากมาย เมื่อคลอดโอรสออกมาแล้ว ปรา กฎว่าเป็นโอรสแฝด องค์พี่ชื่อ เจ้ามหันตยศ องค์น้องชื่อ เจ้าอนันตยศ ซึ่งพระนางก็ได้มอบเมืองลำพูน ให้องค์พี่ และสร้างเมืองลำปางให้องค์น้อง
ลำพูนมีสงครามกับลพบุรี (ในสมัยอยู่ใต้อิทธิพลของเขมร)ในครั้งแรกประมาณปีพศ.1550-1560 (1007 - 1017) เป็นช่วงเวลา ที่เขมรเข้ามามีอิทธิพลเหนือลพบุรี จึงสันนิษฐานว่า กษัตริย์ลพบุรีที่ กล่าวถึงในตำนานนั้น น่าจะเป็นกษัตริย์หรือแม่ทัพเขมรมากกว่า การที่ชาวลำพูนต้องรบกับลพบุรีนั้น ก็คงจะเป็นการเข้าไปช่วยละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งเป็นคนเชื้อชาติเดียวกันรบกับเขมรนั่นเอง และเมื่อทัพจาก ลพบุรี (ซึ่งมีนายทัพเป็นเขมร) ยกขึ้นมาตีลำพูนก็ไม่เคยตีได้ อาจเป็นเพราะว่า ทหารเมืองลำพูนและ ทหารเมืองลพบุรีเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน แต่ผู้ที่คุมทัพลพบุรีคือเขมร ดังนั้นคงจะเกิดการบังคับให้พวก ลพบุรีขึ้นมารบกับลำพูนโดยไม่เต็มใจ เขมรจึงไม่เคยรบชนะหริภุญไชยได้เลยตลอดประวัติศาสตร์ ในตำ นานเมืองเหนือยังกล่าวไว้ด้วยว่า ในการยกทัพมาตีเมืองลำพูน 2 ครั้งหลัง ทหารเมืองลพบุรีเกิดหลงทาง หาทางเข้าเมืองลำพูนไม่ถูกทั้ง 2 ครั้ง ทัพลพบุรีจึงต้องยกกลับ อาจเป็นได้ว่า ทหารลพบุรีคงจะ แกล้งนำ ทางให้หลง ทำให้ไม่สามารถเข้าตีลำพูนได้
ปีพศ. 1590 (1047) เกิดอหิวาห์ระบาดขึ้นในเมืองลำพูน ทำให้ประชาชนต้องหนีเข้าไปในพม่า และอา ศัยอยู่ที่เมืองหงสาวดีถึง 6 ปี ซึ่งขณะนั้นหงสาวดียังเป็นเมืองของพวกมอญอยู่(มอญและทวาราวดีมีความ ใกล้ชิดกันทางเชื้อชาติ) ชาวลำพูนจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมืองหงสาวดี เพราะชาวเมือง ลำพูนและหงสาวดีต่างก็เป็นคนที่เกือบจะมีเชื้อชาติเดียวกัน และพูดภาษาเดียวกัน จนเมื่อสถานการณ์ โรคระบาดดีขึ้นแล้ว ชาวลำพูนจึงได้กลับมายังบ้านเมืองของตน เมื่อกลับมาแล้ว คงจะเกิดความคิดถึง ชาวเมืองหงสาวดีที่ได้เคยไปอาศัยพักพิง จึงพากันนำอาหารใส่ภาชนะแล้วลอยไปในแม่น้ำ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นสายน้ำที่ไหลไปถึง เมืองหงสาวดี และสันนิษฐานว่าการลอยภาชนะใส่อาหารลงในแม่น้ำนั้น คงเป็น ต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทงที่มีสืบทอดกัน มาจนถึงทุกวันนี้
ราวปีพศ.1700-1835(1157-1292) เป็นช่วงเวลาก่อนที่พระยาเม็งรายจะสถาปนาอาณาจักรล้านนา และเป็นยุคทองของ หริภุญไชย ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชได้สร้างพระธาตุหริภุญไชยขึ้นเป็นครั้งแรก สูง 6 ม. สามารถมองเห็นพระธาตุที่บรรจุอยู่ภายในได้ สมัยพระยาสวาธิสิทธิได้สร้างเสริมขึ้นไปจนสูง 12 เมตร พร้อมทั้งสร้างวัดมหาวันและบูรณะวัดมหาพล มีบันทึกว่า มีพระสงฆ์จากลังกาเดินทางมาหริ ภุญไชยในสมัยนี้ ปีพศ.1835 พระยาเม็งรายยกกองทัพเข้ามาโจมตีหริภุญไชยและยึดเมืองได้ในอีก 4 ปีต่อมา อาณาจักรหริภุญไชยที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ราวปีพศ. 1311 (768) ก็ต้องสูญเสียอำนาจให้กับ พระยาเม็งราย รวมเวลา เป็นอาณาจักร 528 ปี
ข้อความจาก :http://th.wikipedia.org
Lamphun Tourist Information
Lamphun, formerly Hariphunchai, is another historical sites. The town was founded in the year 1663 and the first ruler was a Queen called Chammathewi. This charming province is also noted for its beautiful women and tasty longans.
With an area of 4,506 sq. kms., the province has 7 Amphoes namely: Muang, Pa Sang, Ban Hong, Mae Tha, Li, Thung Hua Chang, and Ban Thi. The town is about 670 kilometers from Bangkok by car.
With an area of 4,506 sq. kms., the province has 7 Amphoes namely: Muang, Pa Sang, Ban Hong, Mae Tha, Li, Thung Hua Chang, and Ban Thi. The town is about 670 kilometers from Bangkok by car.
ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในจังหวัดลำพูน
ร้านคุ้มต้นแก้ว
หลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน โทร.(053)511-0075จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านสุวรีย์
ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนป่าซาง-บ้านโฮ่ง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)521106จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
บริษัท วี พี เอ็น คอร์เลคชั่น จำกัด
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 190/1 ถนนลำพูน-ริมปิง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)511457, 511419 จำหน่ายสินค้าประเภทดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสา
ร้านนันทนีย์บาติก
ตั้งอยู่เลขที่ 245 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521034 จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก
บ้านหนองเงือก
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านนันทขว้างลายคำ
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330/1 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521076, 521330 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย ผ้าพิมพ์ ผ้าบาติก
ร้านนันทขว้าง
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330 ตลาดป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521001 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย
หลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน โทร.(053)511-0075จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านสุวรีย์
ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนป่าซาง-บ้านโฮ่ง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)521106จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
บริษัท วี พี เอ็น คอร์เลคชั่น จำกัด
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 190/1 ถนนลำพูน-ริมปิง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)511457, 511419 จำหน่ายสินค้าประเภทดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสา
ร้านนันทนีย์บาติก
ตั้งอยู่เลขที่ 245 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521034 จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก
บ้านหนองเงือก
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านนันทขว้างลายคำ
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330/1 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521076, 521330 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย ผ้าพิมพ์ ผ้าบาติก
ร้านนันทขว้าง
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330 ตลาดป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521001 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย
ของฝาก ของที่ระลึก จังหวัดลำพูน
ผ้าไหมยกดอก
เป็นศิลปะการทอที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน มีลวดลายเฉพาะแบบโบราณ แม้จะมีราคาสูงแต่ความงามของผืนผ้าไหมจากฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น ทำให้ผ้าไหมยกดอกของลำพูนยังได้รับความนิยมทั่วไปและส่งเป็นสินค้าออกต่างประเทศ
ผ้าฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือก
มีรูปแบบการทอและลวดลายตกทอดมาจากบรรพบุรุษ สีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านเช่น ผ้าม่าน และตุง (ธงที่ใช้ในพิธีกรรมทางเหนือ)
งานไม้แกะสลัก
ที่เน้นให้เห็นลวดลายของเนื้อไม้ฉำฉา แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ รูปตุ๊กตา เป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือนหรือของใช้ประดับตกแต่งบ้าน แหล่งผลิตอยู่ที่อำเภอแม่ทา ตามถนนสายท่าจักร-แม่ทา ซึ่งแต่ละบ้านล้วนประกอบอาชีพเป็นช่างแกะสลัก
ลำไย
ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยมากที่สุดในประเทศ แหล่งผลิตใหญ่ อยู่ที่บ้านหนองช้างคืน อำเภอเมือง พันธุ์ลำไยของที่นี่มีรสชาติหวานกรอบ ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีงานเทศกาลลำไย จำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของจังหวัด
หอมกระเทียม
ผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกมาก และจำหน่ายในราคาถูก
เป็นศิลปะการทอที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน มีลวดลายเฉพาะแบบโบราณ แม้จะมีราคาสูงแต่ความงามของผืนผ้าไหมจากฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น ทำให้ผ้าไหมยกดอกของลำพูนยังได้รับความนิยมทั่วไปและส่งเป็นสินค้าออกต่างประเทศ
ผ้าฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือก
มีรูปแบบการทอและลวดลายตกทอดมาจากบรรพบุรุษ สีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านเช่น ผ้าม่าน และตุง (ธงที่ใช้ในพิธีกรรมทางเหนือ)
งานไม้แกะสลัก
ที่เน้นให้เห็นลวดลายของเนื้อไม้ฉำฉา แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ รูปตุ๊กตา เป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือนหรือของใช้ประดับตกแต่งบ้าน แหล่งผลิตอยู่ที่อำเภอแม่ทา ตามถนนสายท่าจักร-แม่ทา ซึ่งแต่ละบ้านล้วนประกอบอาชีพเป็นช่างแกะสลัก
ลำไย
ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยมากที่สุดในประเทศ แหล่งผลิตใหญ่ อยู่ที่บ้านหนองช้างคืน อำเภอเมือง พันธุ์ลำไยของที่นี่มีรสชาติหวานกรอบ ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีงานเทศกาลลำไย จำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของจังหวัด
หอมกระเทียม
ผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกมาก และจำหน่ายในราคาถูก
เทศกาลงานประเพณีจังหวัดลำพูน
ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย
เป็นประเพณีเก่าแก่ มีขึ้นในวันเพ็ญเดือนหก หรือที่ชาวลำพูนเรียกว่า วันแปดเป็งของทุกปี โดยมีพิธีสรงน้ำและงานสมโภชพระธาตุหริภุญชัย พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุเป็นประจำทุกปี นอกจากชาวลำพูนแล้ว ยังมีชาวจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เข้าชมงานนี้อย่างหนาแน่น
งานเทศกาลลำไย
เป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวจังหวัดลำพูน ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ภายในงานจะมีขบวนแห่รถลำไยที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม การประกวดธิดาลำไย และการออกร้านค้า ประกวดผลิตผลทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
งานฤดูหนาวและกาชาดจังหวัดลำพูน
จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ณ สนามกีฬากลางจังหวัด ภายในงานมีนิทรรศการของส่วนราชการ การแสดงมหรสพ การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
งานของดีศรีหริภุญชัย
เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร และเกษตรแปรรูปนานาชนิด ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดเป็นผู้ผลิต ในงานมีขบวนแห่ของกลุ่มแม่บ้าน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การประกวดเรือนชนบท การออกร้านขายสินค้าหัตถกรรมในราคาย่อมเยา
เป็นประเพณีเก่าแก่ มีขึ้นในวันเพ็ญเดือนหก หรือที่ชาวลำพูนเรียกว่า วันแปดเป็งของทุกปี โดยมีพิธีสรงน้ำและงานสมโภชพระธาตุหริภุญชัย พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุเป็นประจำทุกปี นอกจากชาวลำพูนแล้ว ยังมีชาวจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เข้าชมงานนี้อย่างหนาแน่น
งานเทศกาลลำไย
เป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวจังหวัดลำพูน ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ภายในงานจะมีขบวนแห่รถลำไยที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม การประกวดธิดาลำไย และการออกร้านค้า ประกวดผลิตผลทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
งานฤดูหนาวและกาชาดจังหวัดลำพูน
จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ณ สนามกีฬากลางจังหวัด ภายในงานมีนิทรรศการของส่วนราชการ การแสดงมหรสพ การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
งานของดีศรีหริภุญชัย
เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร และเกษตรแปรรูปนานาชนิด ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดเป็นผู้ผลิต ในงานมีขบวนแห่ของกลุ่มแม่บ้าน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การประกวดเรือนชนบท การออกร้านขายสินค้าหัตถกรรมในราคาย่อมเยา
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดลำพูน (รหัสทางไกล 053)
ที่ว่าการจังหวัดลำพูน: 511-000
ททท.สำนักงานภาคเหนือเขต 1: 248-604 , 248-607 , 241-446
สถานีตำรวจภูธร: 511-042
ตำรวจทางหลวง จ.ตาก: (055) 511-340
ตำรวจท่องเที่ยว: 1155
ตู้ยามแม่สอด: (055) 532-222
ตู้ยามคลองขลุง: (055) 781-445
ที่ทำการไปรษณีย์: 511-041
สถานีรถไฟลำพูน: 511-016
สถานีขนส่ง: 511-173
รพ.ลำพูน: (054) 511-233 , 511-034
รพ.ลี้: (054) 599-141
รพ.ป่าซาง: (054) 521-222
รพ.บ้านโฮ่ง: (054) 591-232
รพ.แม่ทา: (054) 549-014
รพ.ทุ่งหัวช้าง: (054) 597-020
ททท.สำนักงานภาคเหนือเขต 1: 248-604 , 248-607 , 241-446
สถานีตำรวจภูธร: 511-042
ตำรวจทางหลวง จ.ตาก: (055) 511-340
ตำรวจท่องเที่ยว: 1155
ตู้ยามแม่สอด: (055) 532-222
ตู้ยามคลองขลุง: (055) 781-445
ที่ทำการไปรษณีย์: 511-041
สถานีรถไฟลำพูน: 511-016
สถานีขนส่ง: 511-173
รพ.ลำพูน: (054) 511-233 , 511-034
รพ.ลี้: (054) 599-141
รพ.ป่าซาง: (054) 521-222
รพ.บ้านโฮ่ง: (054) 591-232
รพ.แม่ทา: (054) 549-014
รพ.ทุ่งหัวช้าง: (054) 597-020
Subscribe to:
Posts (Atom)