Showing posts with label ลำพูน. Show all posts
Showing posts with label ลำพูน. Show all posts

ลำพูนเมืองอุตสาหกรรม แต่ยังคงความเป็นหริภุญไชยไว้อย่างดีเยี่ยม

จริงๆ แล้ว จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยจังหวัดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ลำปาง ซึ่งต่างก็เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง หลายๆท่านถามว่าเอ๊ะ แล้วลำพูนมีเอกลักษณ์ของตัวเองยังไงบ้างละ ผมจะบอกให้ครับ ลำพูนมีโซนที่เป็นเขตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือครับ เฮ้ย เมืองเล็กๆ แล้วยังเป็นเขตอุตสาหกรรมอีก แล้วเสน่ห์จะอยู่ที่ไหนละ นั่นแหละครับประเด็น ถึงลำพูนจะเป็นจังหวัดที่ทำเป็นเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ในเมืองลำพูนยังมีสิ่งก่ิอสร้างที่บ่งบอกว่าบ้านนี้เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่สวยงามมา และยังรักษาไว้อย่างดีครับ บ้านเรือนต่างๆ ก็มีหลายพื้นที่ที่ยังคงรักษาบ้าน และตึกเก่าไว้ ถนนหนทางเล็กๆ ก็ยังคงเก็บไว้อย่างนั้น และอีกอย่างที่อยากจะอวดคือถึงเป็นจังหวัดที่เล็กๆ แต่ลำพูนก็เป็นจังหวัดที่สามารถให้ผลผลิตทางการเกษตร พวกลำใย หอม กระเทียม มากที่สุดจังหวัดหนึ่งในไทยก็ว่าได้ครับ ท่านที่มาเที่ยวภาคเหนือก็อย่าลือจังหวัดลำพูนนะครับ ขอฝากลำพูนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกๆท่านด้วยครับ......

ประวัติย่อ จังหวัดลำพูน

ลำพูน เป็นจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ เดิมมีชื่อว่า นครหริภุญชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 1200 โดยฤาษีวาสุเทพ ได้เกณฑ์ พวกเมงคบุตรเชื้อสายมอญมาสร้างระหว่างแม่น้ำ 2สายคือแม่น้ำปิง และแม่น้ำกวง เมื่อสร้างเสร็จได้เชิญพระธิดาพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงละโว้ พระนามว่า จามเทวี มาครองเมือง มีกษัตริย์ครองเมืองหลายราชวงศ์ จนมาถึงสมัยกรุงธนบุรี เจ้ากาวิละได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้ากรุงธนบุรี ทําการขับไล่พม่าจนสําเร็จได้ไปครองเมือง
เชียงใหม่ และให้เจ้าคําฝน น้องชายครองเมืองลําพูน ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ลําพูนมีฐานะเป็นเมืองขึ้น มีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงพลตรีเจ้าจักรคําขจรศักดิ์ เป็นเจ้าผู้ครองนคร และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จึงได้ยกเลิกตําแหน่งเจ้าผู้ครองนคร

อาณาจักรหริภุญชัย

อาณาจักรหริภุญชัย (ประมาณ พ.ศ. 1206-1835) ตำนานจามเทวีโบราณได้บันทึกไว้ว่า ฤๅษีวาสุเทพ เป็นผู้สร้างเมืองหริภุญชัยขึ้นในปี พ.ศ. 1204 แล้วต่อมาได้อัญเชิญพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ขอมจากเมืองละโว้ขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัย ในครั้งนั้นพระนางจามเทวี ได้นำพระสงฆ์ นักปราชญ์ และช่างศิลปะต่าง ๆ ขึ้นไปด้วยเป็นจำนวนมาก ราวหมื่นคน พระนางได้ทำนุบำรุงและก่อสร้างบ้านเมือง ทำให้ เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) นั้นเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ต่อมาพระนางได้สร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) ขึ้นอีกเมืองหนึ่งให้เป็นเมืองสำคัญ สมัยนั้นปรากฏมีการใช้ภาษามอญโบราณในศิลาจารึกของหริภุญชัย มีหนังสือหมานซูของจีนสมัยราชวงศ์ถัง กล่าวถึงนครหริภุญไชยไว้ว่า เป็น“อาณาจักรกษัตริย์หญิง นู หวาง โก่ว”
ต่อมา พ.ศ. 1824 พระเจ้าเม็งรายมหาราช กษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา ได้ยกกองทัพเข้ายึดเอาเมืองหริภุญชัยจากพระยายีบาได้ใน ต่อจากนั้นอาณาจักรหริภุญชัยจึงสิ้นสุดลงหลังจากรุ่งเรืองมา 618 ปี มีกษัตริย์ครองเมือง 49 พระองค์
ปัจจุบันโบราณสถานสำคัญของอาณาจักรหริภุญชัยนั้นก็คือ พระธาตุหริภุญไชย ที่จังหวัดลำพูน และยังมีเมืองโบราณเวียงมโน ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โบราณสถานที่เวียงเกาะ บ้านสองแคว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และเวียงท่ากาน ที่ตำบลบ้านกลาง ต.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บางหมู่บ้านของจังหวัดลำพูนนั้นพบว่า ยังมีคนพูดภาษามอญโบราณและอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญโบราณอยู่

อาณาจักรหริภุญไชย คืออาณาจักรที่แตกหน่อออกมาจากอาณาจักรทวาราวดี แห่งเมืองละโว้ และคงมีคนเชื้อชาติต่างๆอาศัย อยู่ เพราะคำว่า จาม ซึ่งเป็นชื่อของพระนางจามเทวีนั้น น่าจะมีความหมายว่า พระนางเป็นคนเชื้อชาติ จามที่อยู่ในละโว้ในสมัยทวาราวดี ส่วนคำว่าเทวี มีความหมายว่า พระนางที่เป็นหม้ายซึ่งพระสวามีถึง แก่กรรมไปแล้ว เนื่องจากพระสวามีของพระนางคือเจ้าราม หรือกษัตริย์แห่งเมืองราม ได้ถึงแก่กรรม ก่อนพระนางจะขึ้นมาลำพูน (ตามตำนานเมืองเหนือที่กล่าวถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย)ดังนั้นพระนาง จามเทวีจึงน่าจะเป็นคนเชื้อชาติจามที่อยู่ในดินแดนทวาราวดีทางตอนใต้ของลำพูน ซึ่งก็คือเมืองละโว้ มีบางตำนานกล่าวว่า พระนางเป็นธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้ เมื่อพระนางสร้างเมืองหริภุญไชย ศิลปะ ที่ปรากฎจึงมักเป็นศิลปะ ของทวาราวดี

พระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ (ทวาราวดี) ขึ้นมาครองเมืองลำพูนเป็นคนแรกเมื่อประมาณปีพศ.1311 - 1318 (768- 775) ตามคำเชิญของฤษีวาสุเทพและฤษีสุกันตะ ขณะที่เสด็จขึ้นมานั้น พระนางทรง พระครรภ์ได้ 3 เดือน และได้สร้างเมืองต่างๆ ตามรายทางไว้มากมาย เมื่อคลอดโอรสออกมาแล้ว ปรา กฎว่าเป็นโอรสแฝด องค์พี่ชื่อ เจ้ามหันตยศ องค์น้องชื่อ เจ้าอนันตยศ ซึ่งพระนางก็ได้มอบเมืองลำพูน ให้องค์พี่ และสร้างเมืองลำปางให้องค์น้อง

ลำพูนมีสงครามกับลพบุรี (ในสมัยอยู่ใต้อิทธิพลของเขมร)ในครั้งแรกประมาณปีพศ.1550-1560 (1007 - 1017) เป็นช่วงเวลา ที่เขมรเข้ามามีอิทธิพลเหนือลพบุรี จึงสันนิษฐานว่า กษัตริย์ลพบุรีที่ กล่าวถึงในตำนานนั้น น่าจะเป็นกษัตริย์หรือแม่ทัพเขมรมากกว่า การที่ชาวลำพูนต้องรบกับลพบุรีนั้น ก็คงจะเป็นการเข้าไปช่วยละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งเป็นคนเชื้อชาติเดียวกันรบกับเขมรนั่นเอง และเมื่อทัพจาก ลพบุรี (ซึ่งมีนายทัพเป็นเขมร) ยกขึ้นมาตีลำพูนก็ไม่เคยตีได้ อาจเป็นเพราะว่า ทหารเมืองลำพูนและ ทหารเมืองลพบุรีเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน แต่ผู้ที่คุมทัพลพบุรีคือเขมร ดังนั้นคงจะเกิดการบังคับให้พวก ลพบุรีขึ้นมารบกับลำพูนโดยไม่เต็มใจ เขมรจึงไม่เคยรบชนะหริภุญไชยได้เลยตลอดประวัติศาสตร์ ในตำ นานเมืองเหนือยังกล่าวไว้ด้วยว่า ในการยกทัพมาตีเมืองลำพูน 2 ครั้งหลัง ทหารเมืองลพบุรีเกิดหลงทาง หาทางเข้าเมืองลำพูนไม่ถูกทั้ง 2 ครั้ง ทัพลพบุรีจึงต้องยกกลับ อาจเป็นได้ว่า ทหารลพบุรีคงจะ แกล้งนำ ทางให้หลง ทำให้ไม่สามารถเข้าตีลำพูนได้

ปีพศ. 1590 (1047) เกิดอหิวาห์ระบาดขึ้นในเมืองลำพูน ทำให้ประชาชนต้องหนีเข้าไปในพม่า และอา ศัยอยู่ที่เมืองหงสาวดีถึง 6 ปี ซึ่งขณะนั้นหงสาวดียังเป็นเมืองของพวกมอญอยู่(มอญและทวาราวดีมีความ ใกล้ชิดกันทางเชื้อชาติ) ชาวลำพูนจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมืองหงสาวดี เพราะชาวเมือง ลำพูนและหงสาวดีต่างก็เป็นคนที่เกือบจะมีเชื้อชาติเดียวกัน และพูดภาษาเดียวกัน จนเมื่อสถานการณ์ โรคระบาดดีขึ้นแล้ว ชาวลำพูนจึงได้กลับมายังบ้านเมืองของตน เมื่อกลับมาแล้ว คงจะเกิดความคิดถึง ชาวเมืองหงสาวดีที่ได้เคยไปอาศัยพักพิง จึงพากันนำอาหารใส่ภาชนะแล้วลอยไปในแม่น้ำ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นสายน้ำที่ไหลไปถึง เมืองหงสาวดี และสันนิษฐานว่าการลอยภาชนะใส่อาหารลงในแม่น้ำนั้น คงเป็น ต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทงที่มีสืบทอดกัน มาจนถึงทุกวันนี้

ราวปีพศ.1700-1835(1157-1292) เป็นช่วงเวลาก่อนที่พระยาเม็งรายจะสถาปนาอาณาจักรล้านนา และเป็นยุคทองของ หริภุญไชย ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชได้สร้างพระธาตุหริภุญไชยขึ้นเป็นครั้งแรก สูง 6 ม. สามารถมองเห็นพระธาตุที่บรรจุอยู่ภายในได้ สมัยพระยาสวาธิสิทธิได้สร้างเสริมขึ้นไปจนสูง 12 เมตร พร้อมทั้งสร้างวัดมหาวันและบูรณะวัดมหาพล มีบันทึกว่า มีพระสงฆ์จากลังกาเดินทางมาหริ ภุญไชยในสมัยนี้ ปีพศ.1835 พระยาเม็งรายยกกองทัพเข้ามาโจมตีหริภุญไชยและยึดเมืองได้ในอีก 4 ปีต่อมา อาณาจักรหริภุญไชยที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ราวปีพศ. 1311 (768) ก็ต้องสูญเสียอำนาจให้กับ พระยาเม็งราย รวมเวลา เป็นอาณาจักร 528 ปี

ข้อความจาก :http://th.wikipedia.org

Lamphun Tourist Information

Lamphun, formerly Hariphunchai, is another historical sites. The town was founded in the year 1663 and the first ruler was a Queen called Chammathewi. This charming province is also noted for its beautiful women and tasty longans.

With an area of 4,506 sq. kms., the province has 7 Amphoes namely: Muang, Pa Sang, Ban Hong, Mae Tha, Li, Thung Hua Chang, and Ban Thi. The town is about 670 kilometers from Bangkok by car.

ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในจังหวัดลำพูน

ร้านคุ้มต้นแก้ว
หลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน โทร.(053)511-0075จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านสุวรีย์
ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนป่าซาง-บ้านโฮ่ง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)521106จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
บริษัท วี พี เอ็น คอร์เลคชั่น จำกัด
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 190/1 ถนนลำพูน-ริมปิง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร.(053)511457, 511419 จำหน่ายสินค้าประเภทดอกไม้ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสา
ร้านนันทนีย์บาติก
ตั้งอยู่เลขที่ 245 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521034 จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก
บ้านหนองเงือก
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านนันทขว้างลายคำ
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330/1 หมู่ที่ 1 ถนนลำพูน-ลี้ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521076, 521330 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย ผ้าพิมพ์ ผ้าบาติก
ร้านนันทขว้าง
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 330 ตลาดป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โทร.(053)521001 จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าฝ้าย

ของฝาก ของที่ระลึก จังหวัดลำพูน

ผ้าไหมยกดอก
เป็นศิลปะการทอที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน มีลวดลายเฉพาะแบบโบราณ แม้จะมีราคาสูงแต่ความงามของผืนผ้าไหมจากฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น ทำให้ผ้าไหมยกดอกของลำพูนยังได้รับความนิยมทั่วไปและส่งเป็นสินค้าออกต่างประเทศ
ผ้าฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือก
มีรูปแบบการทอและลวดลายตกทอดมาจากบรรพบุรุษ สีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านเช่น ผ้าม่าน และตุง (ธงที่ใช้ในพิธีกรรมทางเหนือ)
งานไม้แกะสลัก
ที่เน้นให้เห็นลวดลายของเนื้อไม้ฉำฉา แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ รูปตุ๊กตา เป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือนหรือของใช้ประดับตกแต่งบ้าน แหล่งผลิตอยู่ที่อำเภอแม่ทา ตามถนนสายท่าจักร-แม่ทา ซึ่งแต่ละบ้านล้วนประกอบอาชีพเป็นช่างแกะสลัก
ลำไย
ลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยมากที่สุดในประเทศ แหล่งผลิตใหญ่ อยู่ที่บ้านหนองช้างคืน อำเภอเมือง พันธุ์ลำไยของที่นี่มีรสชาติหวานกรอบ ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีงานเทศกาลลำไย จำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของจังหวัด
หอมกระเทียม
ผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกมาก และจำหน่ายในราคาถูก

เทศกาลงานประเพณีจังหวัดลำพูน

ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย
เป็นประเพณีเก่าแก่ มีขึ้นในวันเพ็ญเดือนหก หรือที่ชาวลำพูนเรียกว่า วันแปดเป็งของทุกปี โดยมีพิธีสรงน้ำและงานสมโภชพระธาตุหริภุญชัย พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุเป็นประจำทุกปี นอกจากชาวลำพูนแล้ว ยังมีชาวจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เข้าชมงานนี้อย่างหนาแน่น
งานเทศกาลลำไย
เป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวจังหวัดลำพูน ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ภายในงานจะมีขบวนแห่รถลำไยที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม การประกวดธิดาลำไย และการออกร้านค้า ประกวดผลิตผลทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
งานฤดูหนาวและกาชาดจังหวัดลำพูน
จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ณ สนามกีฬากลางจังหวัด ภายในงานมีนิทรรศการของส่วนราชการ การแสดงมหรสพ การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
งานของดีศรีหริภุญชัย
เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร และเกษตรแปรรูปนานาชนิด ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดเป็นผู้ผลิต ในงานมีขบวนแห่ของกลุ่มแม่บ้าน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การประกวดเรือนชนบท การออกร้านขายสินค้าหัตถกรรมในราคาย่อมเยา

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดลำพูน (รหัสทางไกล 053)

ที่ว่าการจังหวัดลำพูน: 511-000
ททท.สำนักงานภาคเหนือเขต 1: 248-604 , 248-607 , 241-446
สถานีตำรวจภูธร: 511-042
ตำรวจทางหลวง จ.ตาก: (055) 511-340
ตำรวจท่องเที่ยว: 1155
ตู้ยามแม่สอด: (055) 532-222
ตู้ยามคลองขลุง: (055) 781-445
ที่ทำการไปรษณีย์: 511-041
สถานีรถไฟลำพูน: 511-016
สถานีขนส่ง: 511-173
รพ.ลำพูน: (054) 511-233 , 511-034
รพ.ลี้: (054) 599-141
รพ.ป่าซาง: (054) 521-222
รพ.บ้านโฮ่ง: (054) 591-232
รพ.แม่ทา: (054) 549-014
รพ.ทุ่งหัวช้าง: (054) 597-020